หากคุณเป็น แฟนบอล หรือคนรักกีฬาที่กำลังวางแผนทริปไปชมการแข่งขันในอเมริกาเหนือ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล ลีกบาสเก็ตบอล หรืออีเวนต์ใหญ่ ๆ การเข้าใจเรื่อง วีซ่า สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางข้ามพรมแดนระหว่าง สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยหลัก: แฟนบอลมีต้องขอวีซ่าแยกต่างหากสำหรับทั้งสามประเทศหรือไม่? เราจะเจาะลึกข้อมูลล่าสุดปี 2023 จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณวางแผนได้อย่างมั่นใจ
ภาพรวมวีซ่าสำหรับแฟนบอลท่องเที่ยวอเมริกาเหนือ
อเมริกาเหนือประกอบด้วยสามประเทศหลักที่ แฟนบอล มักไปเยือน: สหรัฐอเมริกา (USA) แคนาดา (Canada) และ เม็กซิโก (Mexico) แต่ละประเทศมีนโยบายวีซ่าที่แตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับสัญชาติของผู้เดินทาง หากคุณมาจากประเทศไทยหรือประเทศที่ต้องขอวีซ่า คุณอาจต้องเตรียมเอกสารแยกสำหรับแต่ละแห่ง
⭐ ข้อสำคัญ: ไม่มี "วีซ่ารวม" สำหรับทั้งสามประเทศ แม้จะอยู่ในทวีปเดียวกัน แต่คุณสามารถใช้โปรแกรมยกเว้นวีซ่า (Visa Waiver) ในบางกรณีเพื่อลดขั้นตอน อย่างไรก็ตาม สำหรับ แฟนบอล ที่ไปชมแมตช์กีฬา มักใช้วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa) ซึ่งไม่ใช่วีซ่าทำงาน
วีซ่าสำหรับสหรัฐอเมริกา: ESTA หรือ Visa B1/B2?
สำหรับ สหรัฐอเมริกา หากคุณเป็น แฟนบอล จากประเทศไทย (ซึ่งไม่เข้าโปรแกรม Visa Waiver Program - VWP) คุณต้องขอ วีซ่า B1/B2 แยกต่างหาก วีซ่านี้ครอบคลุมการท่องเที่ยว ชมกีฬา และเยี่ยมญาติ โดยมีอายุใช้งานสูงสุด 10 ปี แต่การพำนักแต่ละครั้งไม่เกิน 6 เดือน
- ✅ ขั้นตอนขอวีซ่า: สมัครออนไลน์ที่เว็บไซต์ USCIS หรือสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ เตรียม DS-160, งบการเงิน, และจดหมายเชิญจากอีเวนต์กีฬา
- ⚠️ เวลา: ใช้เวลา 3-6 เดือน รอสัมภาษณ์ที่สถานทูต
- 💡 เคล็ดลับสำหรับแฟนบอล: ถ้าคุณไปชม MLS (Major League Soccer) หรือ Super Bowl ควรมีตั๋วแมตช์เพื่อพิสูจน์วัตถุประสงค์
ข้อมูลล่าสุดปี 2023 จาก เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าวีซ่านี้จำเป็นสำหรับพลเมืองไทย และไม่สามารถใช้แทนกันกับประเทศอื่นได้
วีซ่าสำหรับแคนาดา: eTA หรือ Visitor Visa?
แคนาดา มีระบบที่ยืดหยุ่นกว่า หากคุณมีวีซ่าสหรัฐฯ ที่ถูกต้องแล้ว (เช่น B1/B2) คุณอาจไม่ต้องขอวีซ่าแยกสำหรับแคนาดา แต่ต้องขอ Electronic Travel Authorization (eTA) ซึ่งเป็นการอนุมัติออนไลน์ราคาถูก (7 CAD) และใช้เวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง
| ประเภท |
สำหรับใคร |
ค่าใช้จ่าย |
ระยะเวลา |
| eTA |
ผู้ที่มีวีซ่าสหรัฐฯ และบินตรงไปแคนาดา |
7 CAD |
5 ปี หรือจนวีซ่าสหรัฐฯ หมดอายุ |
| Visitor Visa |
ผู้ที่ไม่มีวีซ่าสหรัฐฯ หรือเดินทางทางบก |
100 CAD |
สูงสุด 6 เดือนต่อครั้ง |
สำหรับ แฟนบอล ที่ไปชม NHL (ฮอกกี้) หรือ CFL (ฟุตบอลแคนาดา) eTA ช่วยให้เดินทางสะดวก แต่ถ้าคุณขับรถข้ามพรมแดนจากสหรัฐฯ ไปแคนาดา ต้องมีวีซ่าหรือ eTA แยก ตามข้อมูลจาก เว็บไซต์ Immigration Canada ปี 2023
วีซ่าสำหรับเม็กซิโก: ฟรีวีซ่าหรือต้องขอ?
เม็กซิโก เป็นประเทศที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับ แฟนบอล จากไทย พลเมืองไทยได้รับ วีซ่าฟรี สำหรับการท่องเที่ยวสูงสุด 180 วัน เพียงแสดง پاسポートที่เหลืออายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน ไม่ต้องขอวีซ่าแยก หากคุณบินตรงจากไทย
- ✅ ข้อดี: ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องสัมภาษณ์ เหมาะสำหรับไปชม Liga MX (ฟุตบอลเม็กซิโก) หรืออีเวนต์ WWE
- ⚠️ ข้อจำกัด: ถ้าคุณมาจากสหรัฐฯ หรือแคนาดาโดยทางบก ต้องมี FMM (Forma Migratoria Múltiple) ซึ่งเป็นใบอนุญาตชั่วคราวราคาถูก
- 💡 อัปเดต 2023: เม็กซิโกขยายวีซ่าฟรีให้ไทยจนถึงปี 2024 ตามประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม หากคุณวางแผนทริปครบทั้งสามประเทศ เม็กซิโกไม่ต้องการวีซ่าแยก แต่การเดินทางระหว่างประเทศต้องตรวจสอบพรมแดน
แฟนบอลต้องขอวีซ่าแยกหรือไม่? คำตอบสรุป
ใช่! แฟนบอล ส่วนใหญ่จากไทยต้องขอ วีซ่าแยกต่างหาก สำหรับ สหรัฐอเมริกา (B1/B2) และ แคนาดา (eTA หรือ Visitor Visa) แต่ เม็กซิโก ไม่ต้อง อย่างไรก็ตาม หากคุณมีวีซ่าสหรัฐฯ แล้ว eTA สำหรับแคนาดาจะง่ายขึ้น ทำให้ไม่ต้องขอเต็มรูปแบบ
🚌 ตัวอย่างทริป: ถ้าคุณเริ่มจากสหรัฐฯ (วีซ่า B1/B2) → แคนาดา (eTA) → เม็กซิโก (ฟรี) คุณประหยัดเวลาได้มาก แต่ต้องวางแผนเส้นทางให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางย้อนกลับ
เคล็ดลับวางแผนสำหรับแฟนบอล: หลีกเลี่ยงปัญหาวีซ่า
- 1️⃣ ตรวจสอบสัญชาติและประเภทวีซ่าที่เว็บไซต์ทางการแต่ละประเทศก่อน
- 2️⃣ เตรียมเอกสารกีฬา เช่น ตั๋วแมตช์ เพื่อพิสูจน์ไม่ใช่การย้ายถิ่น
- 3️⃣ ใช้บริการทนายวีซ่าหากทริปซับซ้อน โดยเฉพาะถ้าไปหลายประเทศ
- 4️⃣ ติดตามอัปเดต COVID-19 หรือนโยบายใหม่ที่ เว็บไซต์รัฐบาลต่าง ๆ
👏 สุดท้าย การเข้าใจ วีซ่าแยกต่างหาก จะช่วยให้ทริป แฟนบอล ของคุณสนุกและไร้กังวล ถ้าคุณมีประสบการณ์หรือคำถามเพิ่มเติม แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย!
บทความนี้ใช้ข้อมูลล่าสุดปี 2023 หากมีนโยบายเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบจากแหล่งทางการ