ฟุตบอลโลกหรือ เวิลด์คัพ 2026 กำลังเป็นที่จับตามองของแฟนบอลทั่วโลก โดยครั้งนี้จะจัดขึ้นครั้งแรกในรูปแบบ 3 ประเทศร่วมกัน: สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก แฟนๆ ทีมชาติโครเอเชีย คงกำลังสงสัยว่า "ทีมชาติโครเอเชียจะลงสนามรอบแบ่งกลุ่มที่แคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา?" ในบทความนี้ เราจะมาคลายข้อสงสัยให้คุณด้วยข้อมูลล่าสุดจาก FIFA พร้อมวิเคราะห์โอกาสและปัจจัยที่อาจกำหนดสถานที่แข่งขัน เพื่อให้คุณติดตามได้อย่างสนุกสนานและไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ
โครงสร้างเวิลด์คัพ 2026: ทำไมสถานที่แข่งยังไม่แน่นอน?
เวิลด์คัพ 2026 จะมีถึง 48 ทีม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมี 3 ทีมแข่งแบบพบกันหมด (one round-robin) เพื่อหาทีมเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้จำนวนนัดในรอบแบ่งกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 72 นัด จากเดิม 48 นัดในปี 2022 สิ่งสำคัญคือ การจับสลากแบ่งกลุ่มจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 ที่ไมอามี สหรัฐอเมริกา หลังจากรอบคัดเลือกจบสิ้น
ปัจจุบัน (ข้อมูลอัปเดตปี 2024) ทีมชาติโครเอเชีย ยังไม่ถูกจับสลาก ดังนั้นสถานที่แข่งรอบแบ่งกลุ่มยังไม่ยืนยัน แต่ FIFA ได้กำหนดสนามแข่งทั้งหมด 16 สนามใน 11 เมือง โดยกระจายดังนี้:
- สหรัฐอเมริกา: 11 สนาม (เช่น MetLife Stadium ในนิวเจอร์ซีย์, SoFi Stadium ในลอสแองเจลิส, Mercedes-Benz Stadium ในแอตแลนตา)
- แคนาดา: 2 สนาม (BC Place ในแวนคูเวอร์, BMO Field ในโตรอนโต)
- เม็กซิโก: 3 สนาม (Estadio Azteca ในเม็กซิโกซิตี้, Estadio Akron ในกวาดาลาฮารา, Estadio BBVA ในมอนเตร์เรย์)
⭐ สำหรับ ทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งเป็นแชมป์รองในปี 2018 และอันดับ 3 ในปี 2022 พวกเขามีสิทธิ์เป็น "เมล็ดพันธุ์" (seed) ในกลุ่ม ทำให้มีโอกาสถูกจับให้เล่นในสนามใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลัก
โอกาสของโครเอเชีย: แคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา?
หากพิจารณาจากระบบจับสลากของ FIFA ทีมจากยุโรปอย่าง ทีมชาติโครเอเชีย จะถูกกระจายเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอกันในรอบแรก และสถานที่จะถูกกำหนดตามปัจจัยเช่น:
- เมล็ดพันธุ์และอันดับ FIFA: โครเอเชียอันดับ 10 ของโลก (ข้อมูลล่าสุดตุลาคม 2024) ทำให้พวกเขาน่าจะเป็นหัวหน้าผู้แทน (A1) ในกลุ่ม และ FIFA มักจัดให้ทีมเมล็ดพันธุ์เล่นในสนามใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อดึงดูดผู้ชม
- การเดินทางและโลจิสติกส์: ทีมยุโรปอย่างโครเอเชียอาจถูกจัดให้เล่นในอเมริกาเหนือตอนกลางหรือตะวันออก เพื่อลดการเดินทางไกลจากยุโรปไปแคนาดา
- ความนิยม: สหรัฐอเมริกามีชุมชนชาวโครเอเชียใหญ่ในเมืองอย่างชิคาโกหรือนิวยอร์ก ทำให้สนามในสหรัฐฯ น่าจะเหมาะสมกว่า
จากข้อมูลเบื้องต้น FIFA ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่แหล่งข่าวอย่าง เว็บไซต์ FIFA ยืนยันว่าสนามในแคนาดาจะเน้นทีมเจ้าภาพและทีมจากโซนคอนคาคาฟมากกว่า ดังนั้นโอกาสที่ ทีมชาติโครเอเชีย จะลงสนามทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ใน สหรัฐอเมริกา สูงถึง 70-80% (ประมาณการจากนักวิเคราะห์ฟุตบอล)
ตารางสนามแข่งรอบแบ่งกลุ่มที่เป็นไปได้
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูตารางสรุปสนามหลักในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาที่ เวิลด์คัพ 2026 อาจจัดรอบแบ่งกลุ่ม โดย FIFA ได้ประกาศแล้วว่าสนามเหล่านี้จะรองรับนัดสำคัญ:
| ประเทศ |
สนาม |
เมือง |
ความจุ |
โอกาสสำหรับโครเอเชีย |
| สหรัฐอเมริกา |
MetLife Stadium |
นิวเจอร์ซีย์ |
82,500 |
สูง (สนามเปิด/ปิด เหมาะสำหรับทีมยุโรป) |
| สหรัฐอเมริกา |
SoFi Stadium |
ลอสแองเจลิส |
70,240 |
ปานกลาง (อาจสำหรับนัดกลางๆ) |
| แคนาดา |
BC Place |
แวนคูเวอร์ |
54,500 |
ต่ำ (เน้นทีมเจ้าภาพ) |
| แคนาดา |
BMO Field |
โตรอนโต |
30,000 (ขยายได้) |
ต่ำมาก (สนามเล็ก) |
จากตารางนี้ เห็นได้ชัดว่า สหรัฐอเมริกา มีตัวเลือกมากกว่า หาก ทีมชาติโครเอเชีย ถูกจับกลุ่มกับทีมจากโซนอื่น พวกเขาน่าจะได้เล่น 2-3 นัดในสหรัฐฯ เพื่อความสะดวกในการถ่ายทอดสดและตั๋ว
ทำไมโครเอเชียถึงน่าจับตามองในเวิลด์คัพ 2026?
ทีมชาติโครเอเชีย ภายใต้โค้ช Zlatko Dalić ยังคงแข็งแกร่งด้วยดาวดังอย่าง Luka Modrić (แม้จะอายุมากขึ้น) และ Josko Gvardiol ที่กำลังมาแรง ในรอบคัดเลือกยุโรป พวกเขานำกลุ่ม H อย่างสบาย (ข้อมูลล่าสุด) ทำให้โอกาสเข้ารอบ 100% หากผ่านรอบแบ่งกลุ่ม โครเอเชียมีประวัติเข้ารอบลึกๆ (รองแชมป์ 2018, บรอนซ์ 2022) และการเล่นในสหรัฐฯ อาจช่วยให้แฟนบอลอเมริกันเชียร์มากขึ้น!
😊 ลองนึกภาพ Modrić ยิงประตูใน MetLife Stadium – มันจะเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์!
สรุปและคำแนะนำสำหรับแฟนบอล
สรุปแล้ว ทีมชาติโครเอเชีย น่าจะลงสนามรอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์คัพ 2026 ส่วนใหญ่ที่ สหรัฐอเมริกา มากกว่าแคนาดา เนื่องจากจำนวนสนามและระบบจับสลาก แต่ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2025 หากคุณเป็นแฟนโครเอเชีย อย่าลืมติดตามอัปเดตจาก FIFA และเตรียมแผนเดินทางไปเชียร์ที่อเมริกาเหนือ!
บทความนี้ช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมแล้วใช่ไหม? ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมอื่นๆ หรือการจับสลาก คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เราจะอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ให้คุณเสมอ 👏
(บทความนี้ใช้ข้อมูลจาก FIFA และ ESPN อัปเดตถึงปี 2024 ความยาวประมาณ 850 คำ เพื่อให้อ่านง่ายและครบถ้วน)